เชิญผู้ประกอบการใช้บริการกับ “Suvarnabhumi Airport Free Zone Gateway to the World ทางเลือกใหม่ของโลจิสติกส์ไทย ก้าวไกลสู่สากล เขตปลอดอากรท่ากาศยานสุวรรณภูมิ”

ประโยชน์ที่จะได้รับ
– ความสะดวกและรวดเร็วในการบริหารสินค้าของผู้ประกอบการ
– ลดต้นทุนและระยะเวลาการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์อย่างมีประสิทธิภาพ
– สามารถหมุนเวียนสินค้าภายในเขตปลอดอากรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ทุกรูปแบบ
– ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเชื่อมโยงเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร
– ระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูง ตามมาตรฐานสนามบินนานาชาติ
– ให้คำปรึกษาในการดำเนินธุรกรรมต่างๆ ของเขตปลอดอากรท่าอากาศยาน โดยผู้ชำนาญการทางพิธีการศุลกากรในทุกกิจกรรม
– ศูนย์รวมบริการศุลกากรและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One-Stop-Service)

 

Service
หลากหลายรูปแบบการให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก ทางการส่งออกสินค้า บริการคลังสินค้าเพิ่มมูลค่า บริการพื้นที่เช่า (สำนักงานและคลังสินค้า) บริการพิธีการศุลกากร บริการจัดส่งสินค้า บริการแรงงาน อุปกรณ์คลังสินค้า ภายใต้การรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสนามบินนานาชาติ

ติดต่อได้ที่ http://www.freezonethaiairport.com/contactus.php
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.freezonethaiairport.com

 

A01-4 BC-1 B-FZ CE CI CP-1 S-1

“อาคม” รมว.คมนาคม ยืนยัน เดินหน้า 20 โครงการเมกะโปรเจกต์ มูลค่า 1.78 ล้านลบ. แน่นอน พร้อมเร่งให้สำเร็จภายในรัฐบาลชุดนี้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ) ภายหลังให้ข้อมูลกับผู้จัดการกองทุนทั้งไทยและต่างประเทศในงาน CLSA Asean Forum ครั้งที่ 13 กล่าวว่า วันนี้มาเพื่อย้ำให้นักลงทุนมั่นใจว่ารัฐบาลมีความตั้งใจที่จะผลัก ดัน Mega Project 20 โครงการ มูลค่ารวม 1.78 ล้านล้านบาท และเพิ่มอีก 3 โครงการให้แล้วเสร็จ ภายในรัฐบาลชุดนี้ ล่าสุดได้มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ประกาศใช้มาตรา 44 ให้โครงการภาครัฐสามารถเปิดประกวดราคาโครงการที่ยังติดขั้นตอนการพิจารณา EIA สำหรับความคืบหน้าจัดตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ได้หารือกับนายอภิศักดิ์ ตันติว รวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังแล้ว ที่จะนำโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง (GreenField) เข้าเป็นทรัพย์สินในกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ จึงต้องปรับเงื่อนไขในกองทุน ทั้งนี้จะนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (คณะกรรมการ PPP) พิจารณาในเดือนหน้า (เม.ย.) อย่างไรก็ดี กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ต้องมีโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่รับรู้ รายได้แล้ว เพื่อจะช่วยให้เป็นที่น่าสนใจแก่นักลงทุน ทั้งนี้ 20 โครงการดังกล่าว ได้แก่ มอเตอร์เวย์ เส้นทาง บางปะอิน-นครราชสีมา ,มอเตอร์เวย์…

ขสมก.เตรียมความพร้อมรองรับรถเมล์ไฟฟ้า เผยทดสอบระยะแรก 20 คัน คาดอนาคตมี 200 คันวิ่งให้บริการระยะเริ่มต้น

ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) (นายสุระชัย เอี่ยมวชิรกุล) เปิดผยถึงการเตรียมความพร้อมโครงการจัดหารถเมล์ไฟฟ้าตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ว่า ในอนาคตจะมีรถเมล์ไฟฟ้าประมาณ 200 คัน วิ่งให้บริการระยะเริ่มต้น ขสมก.ซึ่งเป็นหน่วยงานปฏิบัติจะต้องเตรียมความพร้อมให้ครบทุกด้านโดยเฉพาะพลังงานที่จะมีความสำคัญ เพื่อให้รถเมล์ไฟฟ้าจัดหามาสามารถวิ่งให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการหารือร่วมการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อจัดทำแผนพัฒนาจุดเติมไฟในเขตการเดินรถต่าง ๆ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 8 เขตการเดินรถ เขตการเดินรถต่าง ๆ ต้องนำเสนอแผนให้ กฟน.รับทราบว่าจะมีจุดจ่ายไฟบริเวณใด เพื่อดูความเหมาะสมของการลากสายส่งระบบไฟเข้ามาจุดนั้น รวมทั้งแหล่งจ่ายไฟสำรองกรณีสถานีจ่ายไฟอันแรกไม่สามารถจ่ายไฟได้เพื่อบริหารความเสี่ยง โดยแต่ละเขตการเดินรถจะมีรถเมล์ไฟฟ้าประจำพื้นที่และวิ่งบริการกี่คัน เพื่อกำหนดปริมาณจุดจ่ายไฟให้สอดคล้อง เบื้องต้นการลงทุนเกี่ยวกับระบบจ่ายไฟ ขสมก.จะเป็นผู้ลงทุนเอง โดยจะรวมงบประมาณการดำเนินการในโครงการจัดหารถเมล์ไฟฟ้า 200 คัน วงเงินที่จะใช้สร้างระบบจ่ายไฟแต่ละเขตประมาณ 30 ล้านบาท สำหรับความคืบหน้าจัดหารถเมล์ไฟฟ้าทดสอบระยะแรก 20 คันนั้น ขสมก.กำลังเตรียมข้อมูลด้านต่าง ๆ จะมีการสรุปผลศึกษาความเหมาะสมในการใช้งาน ซึ่งที่ปรึกษากำลังศึกษา คาดว่าจะเสร็จเดือนเมษายนนี้ ส่วนการจัดหาแหล่งพลังงานสนับสนุนสำหรับรถเมล์ไฟฟ้า 200 คัน กรอบระยะเวลาก่อสร้างและติตดั้งระบบจ่ายไฟต้องสอดคล้องกับช่วงเวลาที่ ขสมก.ได้รถเมล์ไฟฟ้าวิ่งในระบบ   ที่มาข่าว : กรุงเทพธุรกิจ เรียบเรียงโดย…

บอร์ดรฟม. เตรียมเสนอครม.เห็นชอบรถไฟฟ้าสายสีส้มปลายเดือนนี้ หลังลดกรอบวงเงินลงอีก 1.6 พันลบ. คาดเปิดประมูลใน 2-3 เดือน

ประธานคณะกรรมการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) (พล.อ.ยอดยุทธ บุญญาธิการ) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ดมีมติเห็นชอบการปรับลดกรอบเงินลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ด้านตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) ระยะทาง 21.2 กิโลเมตร (กม.) ลงอีก 1,620 ล้านบาท จากก่อนหน้านี้ที่ปรับลดไปแล้ว 1,028 ล้านบาท หรือเท่ากับปรับลดรวม 2,648 ล้านบาท ทำให้กรอบวงเงินลดลงจาก 95,108 ล้านบาท เหลือ 92,460 ล้านบาท สำหรับการปรับลดดังกล่าวไม่กระทบความปลอดภัย แต่อาจไม่คงทนหรือไม่สวยงาม โดยเป็นการปรับประเภทวัสดุบางส่วนเพื่อลดค่าใช้จ่าย เช่น ฝ้าเพดานเดิมเป็นฝ้าปิดปรับเป็นฝ้าเปลือย ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายลง 200 กว่าล้านบาท ส่วนผนังสถานีใต้ดินเดิมเป็นกระเบื้องแกรนิตปรับลดเกรดลง หรือฝ้าเพดานสถานีใต้ดินจากความหนา 3 มม. ลดเหลือ 2 มม. รวมถึงชะลอการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงไปอยู่ในเนื้องานส่วนสายสีส้มด้านตะวันตก ซึ่งลดค่าใช้จ่ายลงประมาณ 650 ล้านบาท เป็นต้น ส่วนรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม. วงเงินลงทุน 56,691…